:: ผู้อำนวยการโรงเรียน ::
นายชัชชัย พุทธสุวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์
Graphical counter from SEP 2550
Oh no! Where's the
JavaScript ?
Your Web browser does not have JavaScript enabled or does not support JavaScript. Please
enable JavaScript on your Web browser to properly view this Web site,
or
upgrade to a Web browser that does support JavaScript;
Firefox ,
Safari ,
Opera ,
Chrome or a version of
Internet Explorer newer then version 6.
อะไรคือเป้าหมายของการเรียนรู้ !!!
เรียนไปทำไม ????
เป็นคำถามที่ครั้งหนึ่งตัวผมเองก็เคยถาม..แต่...ไม่มีคำตอบ ณ ขณะนั้น จนเวลาล่วงเลยผ่านวัยเรียนมานับสิบปี จึงมีคำตอบให้กับตัวเองบางส่วน
ผมคงไม่อ้้างถึงใครๆ .. เอาเป็นว่าใช้ข้อมูลของตนเองนี่แหละครับมาเขียนบทสรุปว่าเรียนไปทำให้ได้อ่านกัน
มันอาจจะไม่ใช่วิชาการ แต่มันคือผลที่เกิดจากการเรียนที่ผ่านมาของผม และผมได้รับผลของการเรียนนั้นเต็มๆ
เมื่อมองย้อนลงไปในระดับชั้นประถมศึกษา... สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการเรียนนั้นส่งผลให้ตัวเองอ่านออกเขียนได้คำนวณเป็น พร้อมทั้งรู้ว่าการเป็นคนดีนั้นจะต้องปฏิบัติอย่างไร จึงอาจกล่าวได้ว่าในช่วงนั้นเรียนไปตามที่ครูสอน ซึ่งถ้าถามผมตอนนั้นว่าเรียนไปทำไม...ผมยังตอบไม่ได้ครับ แต่ถ้าถามครูในช่วงเวลานั้นครูคงตอบได้ว่าสอนพวกผมไปทำไม !!
แต่ครั้นเมื่อเรียนจบ ป.4 ก็สามารถตอบปัญหาได้ข้อหนึ่งว่าที่อุตส่าห์เรียนมานั้น เพราะต้องการเรียนต่อชั้นมัธยมซึ่งก็ยังมีเป้าหมายไม่ชัดเจนว่าเรียนมัธยมแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป
เมื่อเรียนในระดับมัธยมต้องเรียนวิชาการต่างๆเพิ่มมากขึ้น ต้องขอบคุณครูในระดับประถมที่วางรากฐานด้านภาษาให้กับผมเอาไว้และได้ใช้ประโยชน์ด้านการอ่านการเขียนค่อนข้างคล่องแคล่ว รวมถึงฐานการคำนวณที่พอไปได้
เมื่อคิดย้อนสมัยเรียนในระดับมัธยมที่โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล สกลนคร ผมยังมีความคิดว่าเรียนไปตามที่โรงเรียนจัดให้...ยังไม่มีความคิดว่าตัวเองจะเรียนไปทำอะไร ซึ่งเวลาก็ผ่านไป และผ่านไป จนถึงช่วงสุดท้ายของมัธยมต้น จึงคิดได้ว่าตัวเองต้องการเรียนอาชีพช่างไฟฟ้า
ในปีสุดท้ายของมัธยมต้นผมรู้เป้าหมายว่าจะเรียนไปทำไม จึงตั้งใจที่จะเรียนเพื่อไปสอบเป็นนักเรียนเทคนิคไทยเยอรมันขอนแก่น
แต่เนื่องจากที่เรียนอยู่ไกลบ้านในขณะนั้นมากกว่า 250 กิโลเมตร ... ความฝันของผมเป็นหมันจนต้องหันเหวิถีชีวิตสอบเข้าเรียนสาขาอาชีพครู ที่โรงเรียนฝึกหัดครูสกลนครรุ่นที่ 2
ที่โรงเรียนฝึกหัดครูเป็นการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรฝึกหัดครูชั้นต้น 2 ปี ... ถือว่าเป็นวิชาชีพที่เน้นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ นักเรียนฝึกหัดครูรุ่นที่ผมเรียนถูกเคี่ยวมากพอสมควร... ปีแรกยังไม่มีคำตอบว่าผมจะเรียนครูเพื่อเป็นครูหรือเพื่อเป็นอะไร ถึงกระนั้นผมก็ทำเต็มที่ตามความสามารถทั้งกิจกรรมนอกหลักสูตรและในหลักสูตร... ดังนั้นแม้ไม่มีเป้าหมายว่าจะเรียนไปทำไมตอนแรกๆ ก็มีผลในช่วงท้ายของปีที่ 2 ที่สมัครเรียนต่อตามสิทธิ์ด้านทำกิจกรรม ทำให้ติดโผไปเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรฝึกหัดครูชั้นสูงจากการคัดเลือกของกรรมการที่เป็นกรรมการของโรงเรียนฝึกหัดครู
ต้องเดินทางจากโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนครไปเรียนที่วิทยาลัยครูอุดรธานี ระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร แต่โชคดีที่ครอบครัวของผมได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนี้ด้วย
จากพื้นฐานด้านงานช่าง งานเกษตร และงานวิชาการที่เรียนรู้จากโรงเรียนฝึกหัดครูสกลนคร ได้ถูกนำมาใช้ต่อยอดในการเรียนที่นี่
และที่นี่..การเรียนของผมนั้นหลายๆคนบอกว่าไม่น่าจะไปด้วยกันได้กล่าวคือผมเลือกเรียนวิชาเอกด้านภาษาไทย วิชาโทด้านอุตสาหกรรมศิลป์... ใครรู้ก็พากันหัวเราะ
ทำไมผมเลือกเรียนอย่างนี้... คำตอบที่ผมตอบทุกคนคือผมชอบ
ผมพิจารณาว่า สิ่งที่ผมเรียนมาตั้งแต่ต้นอย่างไม่มีเป้าหมายนั้น ปรากฏว่าพื้นฐานด้านภาษาส่งให้ผมเรียนวิชาเอกนี้ได้ดี และพื้นฐานด้านวิชาช่างที่เรียนมาตอน ป.กศ.ต้น นั้น(จริงๆชอบมาตั้งแต่มัธยม) ผมก็ดันชอบและสามารถที่จะเรียนได้อย่างไม่เบื่อ
เมื่อมาถึงการเรียนในระดับนี้ผมมีเป้าหมายแล้วว่าจะต้องเรียนวิชาครูต่อไปจนถึงระดับปริญญาตรี ดังนั้นสิ่งที่ทำได้เพื่อส่งให้ตัวเองไปถึงเป้าหมายคือศึกษาเรียนรู้ทั้งจากห้องเรียน และจากการอ่าน จำได้ว่าผมไม่ได้กังวลเรื่องเกรดเรื่องคะแนนเท่าใดนัก ได้เท่าไรก็เท่านั้น แต่ก็เชื่อมั่นตนเองว่าจะสามารถเรียนต่อได้ และเมื่อเรียนครบ 2 ปีที่วิทยาลัยครูอุดรธานี ก็ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนต่อที่วิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคามร่วมกับเพื่อนร่วมเอก 8 คน
การเรียนที่มหาสารคามสามารถฝึกทักษะด้านภาษาไทยให้ผมมากพอสมควร แต่การเรียนในระดับนี้ผมไม่มีเป้าหมายที่จะเรียนต่ออีกแล้ว ดังนั้นจึงเรียนร่วมไปกับการทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะเรื่องดนตรีและเรื่องการทำงานด้านโสตทัศนศึกษาของวิทยาลัย
เมื่อจบการศึกษาผมมีความรู้สึกว่าสมองผมมันกลวงๆยังไงชอบกล คล้ายๆกับไม่มีสิ่งที่เรียนมาติดค้างในสมองเลย... แต่ไม่จริงหรอกครับ เพราะเมื่อได้งานทำ ทำงานสอนในโรงเรียน จึงรู้ว่าพื้นฐานที่ได้เรียนรู้มาตั้งต้นจนจบปริญญานั้น ยังอยู่ สามารถนำมันออกมาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ
ผมเล่ามาทั้งหมด...ประเด็นอยู่ที่ว่าจะตอบคำถามที่ีถามว่าอะไรคือเป้าหมายของการเรียนรู้
คำถามนี้มีคำตอบพอสรุปได้จากประสบการณ์การเรียนของผมว่า
เป้าหมายของการเรียนรู้นั้น คือ เรียนเพื่อให้เกิดความรู้ที่คงทนติดอยู่ในตัวของเรา...การที่จะเกิดการเรียนรู้อย่างนี้ได้คือเรียนรู้อย่างเข้าใจ ฝึกฝนทักษะต่อเรื่องนั้นๆให้มากพอสมควร
เมื่อรู้ที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆแล้วจะสามารถเรียนรู้ต่อยอดขึ้นไปได้เรื่อยๆ ถ้าไม่เบื่อเสียก่อน
เรื่องทั้งหมดมิได้เขียนขึ้นเพื่อยกตน แต่เขียนขึ้นเพื่อให้เป็นข้อสังเกตในเรื่องการเรียนรู้ของคน แม้มันจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ก็พอจะมองเห็นว่าเราจะเรียนรู้ให้รู้กันได้อย่างไร และอาจจะตอบคำถามของใครๆหลายคนได้ว่าเราจะเรียนกันไปเพื่อเป้าหมายใดกันแน่ !!!
No Comments have been Posted.
Please Login to Post a Comment.
<< May 2025 >>
Mo
Tu
We
Th
Fr
Sa
Su
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
No events.
แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก(EIT2)