:: ผู้อำนวยการโรงเรียน ::
นายชัชชัย พุทธสุวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์
Graphical counter from SEP 2550
Oh no! Where's the
JavaScript ?
Your Web browser does not have JavaScript enabled or does not support JavaScript. Please
enable JavaScript on your Web browser to properly view this Web site,
or
upgrade to a Web browser that does support JavaScript;
Firefox ,
Safari ,
Opera ,
Chrome or a version of
Internet Explorer newer then version 6.
อาการนิ้วมือชา..โดยเฉพาะคน IT ต้องระวัง
อันเนื่องมาจากที่ผมเกิดอาการชาที่นิ้วมือข้างขวา จึงต้องไปพบหมอที่ รพ.รามา คุณหมอแนะนำว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร ต้องดูแลอย่างไร ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกหล่น ผมจึงนำความรู้เรื่องอาการนิ้วมือชามาจากเว็บบอร์ดของ http://ladyclub.igetweb.com/index.php?mo=3&art=84593 ให้ทุกคนได้รู้เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงที่จะไม่เกิดโรคนี้เหมือนผม
---------------------------------------------------------------
อาการที่พบบ่อย
ชาบริเวณปลายนิ้วอาจจะเป็นนิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง บางนิ้วหรือทั้ง 3 นิ้ว รวมทั้งนิ้วนางครึ่งนิ้ว
อาการชาบางครั้งหายไปได้เอง หรือมีอาการชามากขึ้นตอนกลางคืน
ชามากขึ้นเวลาทำงาน หรือชาตลอดเวลา
มีอาการกดเจ็บบริเวณฝ่ามือ
ถ้าท่านมีอาการเช่นนี้ อาจจะเป็นภาวะที่เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ
โครงสร้างของมือ ที่ทำให้มีอาการชาลักษณะนี้
เส้นประสาทที่มาเลี้ยงฝ่ามือทางด้านฝ่ามือจะมี 2 เส้น คือ
เส้นประสาทมีเดียน (Median nerve) เลี้ยงฝ่ามือทางด้านนิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งนิ้ว
เส้นประสาทอัลน่าร์ เลี้ยงฝ่ามือทางด้านนิ้วก้อย และอีกครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง
ความสำคัญ
เส้นประสาทมีเดียน เข้าไปในฝ่ามือโดยผ่านอุโมงค์ (Carpal tunnel) โดยมีเยื่อพังผืด (Deep tranverse carpal ligament) ขึงระหว่างกระดูกข้อมูล
ในอุโมงค์นี้ นอกจากจะมีเส้นประสาทมีเดียนแล้วยังมีเอ็นที่ทำหน้าที่งอนิ้วอีก 9 เส้น อยู่รวมกัน เส้นประสาทมีเดียนเมื่อคลอดอุโมงค์ข้อมือเข้าไปแล้ว จะไปแยกแขนงไปรับความรู้สึกที่นิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง ครึ่งนิ้วของนิ้วนางและอีกแขนงหนึ่งจะเลี้ยงกล้ามเนื้อที่เนินฝ่าข้อมือด้านโคนนิ้วหัวแม่มือ (Thenar eminence)
สาเหตุ
การใช้งานของข้อมือที่มีการงอข้อมือ, หรือกระดกข้อมือมาก ๆ จะทำให้เยื่อพังผืดไปกดรัดเส้นประสาทมากขึ้น
ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่พบภาวะนี้ได้ เช่น โรคเบาหวาน, โรคพิษสุราเรื้อรัง, โรคไทรอยด์ และผู้ป่วยสูงอายุ เป็นภาวะที่อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณส่วนต่าง ๆ ในอุโมงค์นี้น้อยลง เซลล์บางส่วนตาย มีอาการบวมของเอ็นเยื่อหุ้มเอ็นไปกดเส้นประสาทมีเดียนได้มากขึ้น
ข้อแนะนำ
ถ้ามีอาการชาปลายนิ้ว ลองขยับข้อมือ นิ้วมือเบา ๆ ถ้ามีอาการดีขึ้นหายชาได้ หรือมีอาการชาตอนกลางคืนบางครั้ง อาจจะมีสาเหตุจากการกดทับของเส้นประสาทมีเดียนในระยะแรก ๆ ได้
ท่านควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมือที่อยู่ท่าที่ผิดปกติ เช่น ในท่องอข้อมือมาก ๆ การยกของ หรือการกระดกข้อมือมาก ๆ เช่น การยันพื้น, ดันสิ่งของต่าง ๆ
การที่ใช้ข้อมือมากเกินไป
การปวด ขา กลางคืน บางท่านบอกต้องเอาข้อมือวางบนหมอนหรือบางครั้งต้องเอาหนังสือพิมพ์ม้วนผูกติดกับข้อมือให้ข้อมืออยู่ในท่าตรงจะไม่ค่อยชา ก็เป็นวิธีที่ถูกต้อง ข้อมือที่อยู่ในท่าปกติ ไม่หักงอพับไปด้านใดด้านหนึ่ง จะเป็นท่าที่เส้นประสาทถูกกดทับน้อยที่สุด
ถ้าท่านลองแก้ไขด้วยตัวเองไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
การรักษา
รักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัด
1. หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวข้อมือมากเกินไป รวมทั้งการรับแรงกระแทก, การสั่นสะเทือน บริเวณข้อมือ
2. การใส่เครื่องพยุงข้อมือ
3. การใช้ยา ส่วนใหญ่เป็นยาพวก NSAIDS (Non-steroidal antinflammatory drug)
4. การฉีดสเตียรอยด์ ในกรณีทานยาแล้วไม่ดีขึ้น และเป็นมาน้อยกว่า 1 ปี ได้ผลดีประมาณ 80% แต่มักจะไม่หายขาด
การผ่าตัดรักษา
ในกรณีที่รักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผลหรือมีอาการปวด ชา มากขึ้น
กรณีที่เป็นนาน หรือไม่ได้รักษา มีกล้ามเนื้อฝ่ามือด้านโคนนิ้วหัวแม่มือลีบ การผ่าตัดช่วยให้อาการชาลดลงแต่กล้ามเนื้อที่ลีบแล้วมักไม่ค่อยดีขึ้น
วิธีผ่าตัด
1.วิธีผ่าตัดแบบทั่วไป
เปิดแผลบริเวณข้อมือ ตัดเยื่อพังผืด บริเวณที่กดรัดเอ็นเส้นประสาทจะทำให้อุโมงค์ขยายออก โดยเฉลี่ยปริมาตรในอุโมงค์จะขยายเพิ่มขึ้น 24% หลังผ่าตัด ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหาปวด ชา และกลับไปใช้มือได้อย่างเดิมเป็นส่วนใหญ่ (กว่าร้อยละ 80-90)
2.การผ่าตัดโดยวิธีส่องกล้อง
ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดบางรายอาจจะมีปัญหาเรื่องเจ็บแผลเป็น บริเวณผ่าตัดทำให้มีการวิวัฒนาการเครื่องมือและเทคนิคการผ่าตัดขึ้นมาเป็นการเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อมือใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดเข้าไปในช่องอุโมงค์และตัดเฉพาะเยื่อพังผืดจากด้านในอุโมงค์ขึ้นมา โดยไม่ต้องมีแผลบริเวณผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ช่องในอุโมงค์ขยายขึ้น ผู้ป่วยมีอาการหายปวดชาและเจ็บแผลผ่าตัดน้อย สามารถกลับมาใช้มือได้เร็วขึ้น วิธีนี้ต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง, และความรู้ความชำนาญของแพทย์ ติดต่อได้ที่ รพ.วิภาวดี
วันที่ 05/01/2008
เวลา 10:03:19
No Comments have been Posted.
Please Login to Post a Comment.
<< April 2025 >>
Mo
Tu
We
Th
Fr
Sa
Su
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
No events.
แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก(EIT2)